รางวัลโนเบล เป็นการให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำประโยชน์ส่วนรวมไม่ว่าจะเป็น การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ การวิจัยจนค้นพบความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์ รวมไปถึงเป็นรางวัลแก่ศิลปินผู้สร้างผลงานยอดเยี่ยมอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าต้นกำเนิดของรางวัลโนเบลมาจากนาย อัลเฟรด โนเบล นักประดิษฐชาวสวีเดน ซึ่งเป็นผู้คิดค้นระเบิดไดนาไมต์ ซึ่งมีการเอาไปทำเป็นอาวุธและตัวเขาเองก็เป็นเจ้าของโรงงานผลิตอาวุธเสียด้วย

ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1975 เขาได้เขียนพินัยกรรมยกสมบัติมาเป็นทุนในการมอบรางวัลโนเบล เพื่อสนับสนุนผู้ที่ทำประโยชน์แก่โลก ก็น่าจะเป็นเพราะเขารู้สึกผิดที่ได้ทำธุรกิจสร้างอาวุธมาตลอด และในช่วงแรกนั้นครอบครัวของเขาก็ได้คัดค้านอย่างแรงทำให้การจัดงานมอบรางวัลโนเบลล่าช้าลง

เริ่มมีการให้รางวัลโนเบลตั้งแต่ปี ค.ศ.1901 และก็ไม่ได้มอบรางวัลให้คนๆเดียวเสมอไป เพราะที่ผ่านมาก็มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกันสองคนหรือสามคนมาหลายครั้งแล้ว (แต่จำนวนผู้รับรางวัลเดียวกันจะต้องไม่เกิน 3 คน) เพราะถือว่าผู้ที่ทำงานร่วมกันก็ควรมีสิทธิได้รับรางวัลเท่าเทียมกันนั่นเอง นอกนั้นยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้ที่ถูกเสนอชื่อถึงแม้ว่าตัวผู้รับรางวัลจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

 

ผู้ได้รับรางวัลโนเบลที่อายุน้อยที่สุด

เธอเป็นสาววัยรุ่นชาวปากีสถานอายุ 17 ปี ชื่อว่า “มะลาละห์ ยูซัฟซัย” และ “ไกลาศ สัตยาธี”  ทั้งคู่ต่อสู้เพื่อให้เด็กผู้หญิงได้มีสิทธิเข้ารับการศึกษาเช่นเดียวกับเด็กชาย เป็นเหตุทำให้ในปี ค.ศ.2012 เธอถูกกลุ่มตาลีบันดักยิงโดนเข้าที่ใบหน้าเธอรอดชีวิตมาได้ และได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในสองปีต่อมา

 

ระดับความสามารถของ อัลเฟรด โนเบล

ในตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่นั้นเขาเป็นคนระดับอัจฉริยะที่มีความสามารถหลายด้านไม่ว่าจะเป็นทั้งนักเคมี วิศวกร และบทบาทในฐานะนักอุตสาหกรรม นอกจากนั้นเขายังสามารถพูดได้ 5 ภาษาตั้งแต่ตอนยังมีอายุแค่เพียง 17 ปีเท่านั้น และตลอดชีวิตการทำงานของเขา เขาได้จดสิทธิบัตรมากถึง 350 ครั้ง และเป็นเจ้าของโรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์มากถึง 90 โรงงาน

 

ไม่ว่าใครก็มีสิทธิถูกเสนอชื่อทั้งนั้น

แม้แต่พวกแบดบอยอย่าง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ , เบนิโต มุสโสลินี และโจเซฟ สตาลิน ก็ยังเคยมีคนเสนอชื่อพวกเขาร่วมชิงรางวัลโนเบลสาขาต่างๆอีกด้วย ประวัติของ 3 คนนี้ล้วนร้ายกาจกันทั้งนั้น ใช่ว่าจะมีแต่คนดีๆที่ถูกเสนอชื่อเข้ามา

 

เคยมีคนเอารางวัลที่ได้รับไปขายด้วย

เขาคือนาย “Leon Lederman” ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ.1988 เขาป่วยหนักจนต้องเปิดประมูลขายเหรียญรางวัลเขาไปจ่ายบิลค่ารักษา โดยมีคนไม่ทราบชื่อชนะการประมูลไปได้ในราคา 765,000 ดอลลาร์ นอกนั้นเขายังเคยใช้เงินรางวัลที่ได้รับไปซื้อกระท่อมไม้ซุงและใช้เป็นที่อยู่อาศัยถาวรร่วมกับภรรยา ต่อมาเมื่อถึงปี ค.ศ.2011 เขาก็เริ่มมีปัญหาเรื่องความจำสูญหายจนในที่สุดก็ต้องขายเหรียญรางวัลไปในปี ค.ศ.2015

 

เกือบไม่ได้เอากลับบ้าน

ในปี ค.ศ.2011 นาย Brian Schmidt หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลร่วมกัน 3 คนที่ค้นพบว่า “จักรวาลขยายตัวไปเรื่อยๆ” ได้เข้าร่วมรับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีนั้น แต่ในขณะเดินทางกลับบ้านที่สนามบินปรากฏว่ามีปัญหาในการเดินผ่านเครื่องตรวจจับวัตถุต้องสงสัย

 

มหาตมะ คานธี ไม่ได้รับรางวัลโนเบล

เขาถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตในก่อนวันเข้าชิงรางวัลโนเบลในปี ค.ศ.1948 เพียงสองวันเท่านั้น โดยปกติแล้วถึงแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ก็มีสิทธิ์ได้รับรางวัล แต่ว่าปัญหาคือ เขาไม่มีทายาทเลยแม้แต่คนเดียวทางคณะกรรมการจึงไม่รู้จะเอารางวัลไปให้ใคร ก็เลยต้องเสียสิทธิ์ในการรับรางวัลไป ถึงแม้ว่าเขาถูกเลือกให้ชนะรางวัลในปีนั้นก็ตาม และที่ผ่านมาเขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากถึง 5 ครั้ง

 

เคยมีคนปฏิเสธไม่รับรางวัลโนเบล

คนผู้นั้นก็ชื่อ “ฌ็อง-ปอล ซาทร์” นักแต่งนิยายและนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ส่วนเหตุผลที่ไม่ยอมรับรางวัลนั้นก็เพราะโดยปกติแล้วเขามักจะปฏิเสธไม่รับรางวัลใดๆอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง

ส่วนอีกคนที่ไม่ยอมรับรางวัลก็คือ “เล ดึ๊ก เถาะ” ซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศเวียดนาม เข้าได้รางวัลโนเบลในฐานะที่เป็นคนเข้าร่วมเจรจาข้อตกลงสันติภาพปารีสเพื่อให้อเมริกาเลิกรุกรานเวียดนาม แต่เขาไม่ยอมรับรางวัลโดยบอกว่าสันติภาพยังไม่เคยเกิดขึ้นในเวียดนามจริงๆ