Italy

ประเทศอิตาลีมีพื้นที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลีในทางใต้ของยุโรปและบนเกาะ 2 เกาะที่ใหญ่ที่สุดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในยุโรปและเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังเป็นประเทศผู้ผลิตไวน์รายใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ในบทความนี้เราได้คัดเลือกเรื่องราวอันน่าสนใจของประเทศอิตาลีที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนมาให้ได้อ่านกัน

1.เชื่อว่าหลายท่านคงเคยทราบเรื่องราวของ “กาลิเลโอ” ถูกจับกุมเมื่อ 400 ปีก่อนโดยถูกควบคุมตัวไว้ในโบสถ์โรมันคาทอลิกแห่งหนึ่ง (ในสมัยนั้นโบสถ์มีอำนาจมาก) เขามีความผิดเพราะว่าเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์และถูกกล่าวหาว่าเป็นคนนอกรีต จนในที่สุดหลังจากถูกเรียกตัวไปสอบสวนครั้งที่สองเขาก็โดนตัดสินโทษกักบริเวณตลอดชีวิตในปี ค.ศ.1633 ซึ่งทางโบสถ์พึ่งจะออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อเอาตอนปี ค.ศ.1992

2.เบนิโต มุสโสลินี เป็นท่านผู้นำจอมเผด็จการก็จริงแต่ว่าเขาก็มีผลงานโดยเป็นผู้ที่ช่วยผลักดันในการส่งทีมฟุตบอลของอิตาลีไปสู่การแข่งขันระดับโลก ในสมัยนั้นเขาได้พยายามที่จะแบนไม่ให้ทุกคนตะโกนออกมาเป็นภาษาอังกฤษว่า “goal” เวลาที่ลูกเข้าประตู แล้วเปลี่ยนให้ใช้คำว่า “meta” แทน แต่ก็แบนไปได้ไม่นานนัก

3.ในตอนที่แมคโดนัลด์สาขาแรกในอิตาลีเข้าไปเปิดให้บริการในโรม ในปี ค.ศ.1986 ได้เกิดการประท้วงต่อต้านอย่างหนักเลยทีเดียว สำหรับประเทศที่คนทุกคนภูมิใจว่าพวกตนมีมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายในเรื่องอาหาร มันเป็นเรื่องที่ทำให้คนตกใจมากกับการที่มีแบนด์ฟาสต์ฟู้ดเข้ามาเปิดทำการ ผู้คนในสมัยนั้นเอาจานใส่สปาเก็ตตี้รวมไปถึงภาชนะสำหรับใส่อาหารชนิดอื่นออกมาแขวนตามกิ่งไม้เต็มไปหมดเพื่อเป็นการประท้วง และเตือนคนอื่นว่าอย่าลืมรากฐานเรื่องอาหารของประเทศตัวเอง

4.ในสมัยก่อนมีหลายพื้นที่ในประเทศอิตาลีเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวกรีกโบราณและมีพื้นที่รวมกันเท่ากับเมืองเอเธนส์ก่อนที่จะค่อยๆเสียพื้นที่ไปเรื่อยๆ และพวกชาวโรมันก็เคยเรียกเกาะซีซิลิว่า “Greater Greece” เนื่องจากมีชาวกรีกจำนวนมากอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ในปัจจบันก็ยังมีการใช้ภาษากรีกและยังมีอารยธรรมกรีกโบราณอยู่บนเกาะซีซิลิ

5.ในใจกลางของประเทศอิตาลีมีน้ำพุไวน์แดงที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ใครที่เป็นคนชอบดื่มไวน์คงจะถูกอกถูกใจเป็นแน่เพราะที่นี่เขาแจกจ่ายไวน์ฟรีทุกวัน น้ำพุแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆซึ่งอยู่ในแคว้นอาบรุซโซ สามารถเรียกร้องความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากเลย แต่อนุญาตให้ดื่มได้เพื่อดับกระหายเท่านั้น

6.มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่มากที่สุดในยุโรปคือมหาวิทยาลัย “The University of Bologna” เขื่อกันว่าเริ่มก่อตั้งกันมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1088 เป็นต้นไป มีความโดดเด่นในด้านวิชาศิลปะและวิทยาศาสตร์ ในปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำในด้านการให้การศึกษาในยุโรป นอกนั้นยังขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมอีกด้วย

University of Bologna

7.ในประเทศอิตาลีมีมรดกโลกเป็นจำนวนมากที่สุด มีสถานที่สำคัญที่รอให้คุณไปเที่ยวมากถึง 51 แห่งด้วยกัน เช่น หอเอนปิซ่า , เมืองปอมเปอี และเมืองเวนิส เป็นต้น ส่วนประเทศที่มีมรดกโลกมากเป็นอันดับที่สองคือประเทศจีนและอันดับที่สามคือประเทศสเปน

8.หมายเลข 17 คือหมายเลขแห่งโชคร้ายสำหรับชาวอิตาลี นี่คือเหตุผลที่โรงแรมทุกแห่งในประเทศอิตาลีจะไม่มีชั้นที่ 17 ส่วนหมายเลข 13 นั้นคนอิตาลีไม่ได้รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับโชคร้ายแต่อย่างใด นอกเสียจากว่าจะมีคน 13 คนนั่งทานอาหารในโต๊ะเดียวกัน เช่นเดียวกับในรูปศิลปะ “อาหารค่ำมื้อสุดท้าย” ที่วาดโดย “เลโอนาร์โด ดา วินชี”

9.ชาวอิตาลีจะรับประทานสปาเก็ตตี้ด้วยซ่อมเท่านั้นจะไม่มีการใช้ช้อนเด็ดขาดถึงแม้ว่าประเทศอื่นๆในยุโรปจะใช้ช้อนด้วยก็ตาม คนอิตาลีจะถือว่าคนที่ใช้ช้อนทานสปาเก็ตตี้ไม่มีมารยาทบนโต๊ะอาหารหรือทำตัวเป็นเด็กๆ ใครที่ไปเที่ยวอย่าลืมตัวใช้ช้อนทานสปาเก็ตตี้ล่ะ